เวลาท้อแท้ หมดหวัง หมดกำลังใจจะทำอะไรต่อมิอะไรให้สำเร็จ สิ่งที่หลายๆคนทำอาจจะเป็นการตัดพ้อต่อโชคชะตา โทษตัวเองที่ทำได้ไม่ดีพอ เลือกที่จะเปิดฟังเพลงเศร้าประชดชีวิตตัวเอง เลือกที่จะปล่อยอารมณ์ให้ดำดิ่งลงไปกับสิ่งเหล่านั้นก็จะยิ่งเป็นการทำร้ายจิตใจตัวเองเข้าไปกันใหญ่ สิ่งเหล่านี้จะทำให้สิ่งที่เราทำอยู่ไม่ประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังเป็นการทรมานจิตใจของตัวเราเองอีกด้วย
ส่วนตัวของผมแล้วผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เราก้าวผ่านสิ่งเหล่านี้ไปได้เริ่มต้นที่
การที่เรายอมรับในสิ่งที่เราเป็นอยู่และทำความเข้าใจกับมัน เราจะสามารถข้ามผ่านมันไปได้ เพราะไม่สามารถมีใครเข้าใจจิตใจของเราได้เท่าตัวเราเอง
ต่อมาคือคนสำคัญในชีวิตเรา ที่คอยให้กำลังใจในยามที่ท้อแท้ ยามที่เราหมดหวัง คอยมานั่งข้างๆเราและพูดคุยกับเรา หรือแม้กระทั่งร้องไห้ไปกับเรา ก็เป็นส่วนสำคัญ
สุดท้ายคือบทเพลงดีๆที่เราชอบฟัง เพลงของศิลปินที่เราชื่นชอบก็สามารถช่วยดึงอารมณ์ของเราที่กำลังดิ่งลงลึก ขึ้นมาได้ อาจจะไม่ใช่เพลงที่มีความหมายโดนใจอะไร แต่การรังสรรค์ท่วงทำนองที่ทำให้รู้สึกดีกับชีวิตมากขึ้น และสามารถทำให้เข้าใจกับสิ่งที่ตัวเราต้องเผชิญอยู่ในชีวิตได้
งาน Music Award นี้หัวข้อของงานก็คือ “You Raise Me Up”
รางวัลแรก ตั้งชื่อให้ว่า “Stairs to happiness”
มอบให้กับเพลงของนักร้องในดวงใจตลอดกาล Whitney Houston กับเพลง I Have Nothing
Whitney Houston เป็นศิลปินในดวงใจของใครหลายๆคนรวมถึงตัวผมเอง ด้วยพลังเสียงของเธอ ที่สามารถสะกดใครหลายๆคนให้หยุดฟังได้ เทคนิคการร้องต่างๆของเธอ น้ำเสียง ที่ทำให้เกือบลืมหายใจเมื่อได้ฟังเพลงของเธอจะอยู่ในดวงใจผู้คนที่ฟังเพลงของเธอตลอดไป
เพลงเริ่มต้นด้วยการไล่โน้ต ซ้ำๆ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินขึ้นบันไดไปสู่สิ่งที่เราต้องการ และต่อด้วยเสียงของ Whitney ที่น้ำเสียงนุ่มนวล แฝงด้วยความ R&B ทำนองของเกือบทั้งเพลงจะมีความหน่วงๆทำให้รู้สึกเหมือนกับเราเดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ เนื่องด้วยเพลงมีความหนักหน่วงของจังหวะน้อยกว่าทำให้รู้สึกได้ถึงความ Pop มากกว่าจะเป็น R&B ความรู้สึกที่ได้รับจากความ Pop ของเพลงทำให้รู้สึกเหมือนเจอสิ่งที่เราตามหาแล้วและเราก็ดีใจกับมัน ส่วนในช่วงท้ายของเพลงมีการใช้โน้ตที่สูงขึ้นทำให้เหมือนถูกดึงขึ้นจากอารมณ์ที่กำลังดิ่งลึกลงไปพบกับความสำเร็จที่เราตามหา และพบกับความสุขที่ Whitney ต้องการมอบให้กับคนที่ฟังเพลงทุกคน และจบด้วยทำนองที่ช้าลง เหมือนการจบช่วงเวลานั้นแบบ Happy Ending
รางวัลที่ 2
Plastic love ของ Mariya Takeuchi
ต้องออกตัวก่อนว่าเพลงนี้ผมไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย จนกระทั่งประมาณปลายปีที่แล้ว ตอนที่กำลังทำงานตอนนั้นจำได้ว่าเวลาเลยเที่ยงคืนไปแล้วตอนนั้นง่วงมาก แต่ด้วยหน้าที่นักศึกษาที่พ่อแม่ส่งมาเล่าเรียนก็จะต้องทำงานให้เสร็จ เพลงนี้เล่นอัตโนมัติจาก playplist หนึ่งที่ได้เปิดฟังใน Youtube ครั้งแรกที่ฟังก็เกิดความคิดว่า เพลงดีๆแบบนี้ทำไมเราไม่เคยรู้จักมาก่อน
เป็นเพลงที่ทำให้รู้สึกตื่นขึ้นด้วยทำนองที่เร็วปานกลาง บวกกับจังหวะกลองแน่นๆและกีต้าร์แบบเพลงในยุค 80’s แนวเพลงแบบ city pop ทำให้รู้สึกถึงการดำเนินไปของชีวิตคนเมือง และแสงสีของมหานครในยามค่ำคืน เสียงอันสดใสของ Mariya Takeuchi ก็ทำให้นึกถึงดาวเด่นในยามค่ำคืน ที่โดดเด่นกว่าใครๆในเมือง บวกกับการบรรเลงเครื่องดนตรีคลาสสิกทางฝั่งตะวันตกที่เป็นพื้นหลัง ทำให้รู้สึกเหมือนแสงไฟที่ลอดแทรกออกมาจากหน้าต่างห้องบนตึกสูง เพิ่มสีสันและความสว่างให้กับมหานครแห่งนี้ได้
เพลงนี้เป็นเพลงที่จะเปิดฟังในตอนทำงาน ด้วยความฝั่งใจว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เราฟังตอนทำงานและมันทำให้รู้สึกดีกับงานที่กำลังทำมากขึ้นจึงของมอบรางวัล “Unexpected Love” ซึ่งเป็นรางวัลของเพลงที่ไม่คิดว่าจะได้ฟังแต่พอเมื่อได้ฟังก็ตกหลุมรัก และทำให้มีกำลังใจนการทำงานมากขึ้น
รางวัลสุดท้าย “Tree of Life”
มอบให้กับ Louis Armstrong กับบทเพลง What a Wonderfull World
เป็นเพลงเก่าที่ปล่อยมาในปี 1967 ที่มีความ Timeless อยู่ในตัว เพราะฟังแล้วไม่เคยรู้สึกว่าเพลงนี้เก่าเลย อาจเป็นเพราะเนื้อหาของเพลงที่โดนใจใครหลายๆคน ที่เล่าถึงธรรชาติของโลกที่หมุนไปตามกาลเวลา และคนๆหนึ่งที่มองโลกในอย่างๆที่มันเป็นไป และมีการใช้เพลงนี้ในภาพยนต์จน โด่งดังในเรื่อง Good Morning Veitnam
เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Louis Armstrong ทำให้รู้สึกถึงต้นไม้ใหญ่ที่คอยปกคลุมผืนแผ่นดิน ด้วยน้ำเสียงแหบแห้งแต่มีความไพเราะของเขา และการสั่นในช่วงท้ายเสียง ทำให้รู้สึกถึงลมเบาๆทที่พัดเอาความอบอุ่นของแดดผ่านใต้ร่มเงาของต้นไม้ในฤดูใบไม้ผลิวันที่ท้องฟ้าสดใส เหมือนได้ฟังเสียงของคุณตาที่เป็นคนที่รู้จักโลกนี้ดี เล่าให้หลานๆฟังว่าโลกนี้มันงดงามเพียงใด เสียงกีต้าร์ที่เล่นคลอไปทั้งเพลงทำให้นึกถึงแสงแดดที่ลอดผ่านร่มเงาของต้นไม้ เสียงของไวโอลิน ทำให้รู้สึกถึงลมที่พัดผ่านทำให้เกิดเสียงของลมที่กระทบกับในหญ้า เสียงของเครื่องเป่า ทำให้นึกถึงเสียงของนกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ และเสียงของเหล่าแมลงที่บินอยู่บนยอดหญ้า ทำให้รู้สึกสุนทรีย์และคลายความเครียดจากเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นได้ ทำให้รู้ว่าโลกนี้สวยงามเพียงใดหากลองเปิดใจและยอมรับในสิ่งที่มันเป็น
เพลงเหล่านี้เป็นเพลงส่วนหนึ่งที่จะช่วยยกระดับอารมณ์ของคนที่กำลังประสบปัญหาความท้อแท้ ความสิ้นหวัง ความเบื่อหนายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเราจะรู้สึกอย่างไร ขอให้อย่าดำดิ่งจนทำให้เป็นผลเสียต่อสภาพจิตใจตัวเองจนเกินไป จงจำไว้เสมอว่า ยังมีคนรอบข้างเราที่จะคอยให้กำลังใจเราอยู่เสมอ หรือแม้กระทั่งศิลปินที่ทำเพลงดีๆออกมาให้เราฟัง เพื่อที่จะช่วยจรรโลงใจให้กับเรา และสุดท้ายเหนือสิ่งอื่นใด คือตัวเราเองเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวข้ามผ่านเวลาไม่ดีในชีวิตไปได้
